News in Asia

สั่งออมสิน-ธกส.ปล่อยกู้ฉุกเฉิน หวั่นชาวบ้านแห่กู้นอกระบบ
 /  news / สั่งออมสิน-ธกส.ปล่อยกู้ฉุกเฉิน หวั่นชาวบ้านแห่กู้นอกระบบ

สั่งออมสิน-ธกส.ปล่อยกู้ฉุกเฉิน หวั่นชาวบ้านแห่กู้นอกระบบ

news

คลังสั่งออมสิน – ธกส. ปล่อยกู้ชาวบ้าน ห่วงเกณฑ์สินเชื่อแบงก์ชาติใหม่เข้ม ทำคนกู้ได้เงินน้อยหันไปหาหนี้นอกระบบ เร่งปล่อยกู้ฉุกเฉิน 5 หมื่นช่วย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนายการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายแก่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้นำโครงการสินเชื่อที่มีเข้าไปช่วยเหลือประชาชนบางกลุ่มที่ติดปัญหากู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ไม่ผ่าน

หรือได้รับวงเงินลดลง หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการออกเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อบุคคลใหม่ ทำให้บางคนอาจมีเงินไม่เพียงพอ และเกรงว่าอาจต้องไปพึ่งแหล่งเงินจากนอกระบบมาใช้จ่ายแทน “ทั้ง 2 ธนาคารยังมีวงเงินปล่อยกู้ช่วยเหลือได้อีกกว่า 5,000 ล้านบาท โดยกำหนดปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย  ใช้คนค้ำ 1 คน อัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 0.85% ต่อเดือน และหากทั้ง 2 ธนาคารปล่อยกู้เต็มวงเงิน รวมถึงยังมีประชาชนมีความต้องการขอกู้อีกมาก กระทรวงคลังก็จะเสนอขยายเงินกู้ให้เพิ่มอีก”
 
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา แบงก์ชาติได้เริ่มใช้เกณฑ์สินเชื่อบุคคลใหม่แล้ว ทำธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ให้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน ได้เพียง 1.5 เท่าของรายได้ ซึ่งลดลงจากเดิมที่ให้สูงสุดถึง 5 เท่า ทำให้ชาวบ้านบางส่วนโดยเฉพาะมีรายได้น้อย เริ่มได้รับผลกระทบ ขอกู้ได้วงเงินลดลง เช่น หากมีรายได้เดือนละ 10,000 บาท จะกู้ได้ไม่เกิน 15,000 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการไปใช้จ่าย ดังนั้น คลังจึงให้นโยบาย 2 สถาบันการเงินรัฐ ทั้งออมสิน และธ.ก.ส. ซึ่งไม่ได้ติดเกณฑ์ของแบงก์ชาติ เร่งไปปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินช่วยเหลือ โดยมีวงเงินให้สูงสุดถึง 5 หมื่นบาท นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า  ธนาคารได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกด้านสินเชื่อ เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ยังไม่เข้าถึงบริการทางการเงิน ให้สามารถเข้ามาขอกู้ในระบบได้เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันออมสินมียอดผู้ลงทะเบียนรายได้น้อยและเป็นหนี้นอกระบบ 434,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้นอกระบบ 23,600 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เข้ามาขอใช้วงเงินสินเชื่อฉุกเฉิน 1.5 แสนราย และผ่านการอนุมัติไป 38,000 ราย คิดเป็นวงเงิน 1.7 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือกำลังรอพิจารณาอยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ผ่านการอนุมัติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews